เลือกโรงเรียนนานาชาติระดับปฐมวัย อนุบาล หรือ Early Years ในกรุงเทพฯ อย่างไรให้เหมาะกับลูก?

การเลือกโรงเรียนแห่งแรกให้ลูกเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนให้ความสำคัญ เพราะนี่อาจเป็นครั้งแรกที่ลูกต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่ห่างจากครอบครัว ได้พบกับคุณครู เพื่อนใหม่ และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย

สำหรับครอบครัวที่กำลังมองหา โรงเรียนนานาชาติระดับปฐมวัยในกรุงเทพฯ อาจมีคำถามมากมาย ทั้งเรื่องหลักสูตร ภาษาอังกฤษ คุณครู สิ่งอำนวยความสะดวก หรือแม้แต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างลูกจะร้องไห้ไหมในวันแรกที่ไปโรงเรียน

แต่สิ่งหนึ่งที่อยากชวนคุณพ่อคุณแม่คิดก่อนเลือกโรงเรียนก็คือ โรงเรียนที่เหมาะกับลูกที่สุดอาจไม่ใช่โรงเรียนที่มีอาคารใหญ่ที่สุด หรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุดเสมอไป

สิ่งสำคัญคือ ลูกของเราจะรู้สึกอย่างไรเมื่ออยู่ที่โรงเรียนแห่งนั้น เขารู้สึกปลอดภัยไหม กล้าพูดคุยกับคุณครูหรือเปล่า มีโอกาสได้เล่น ได้ลองผิดลองถูก และได้เรียนรู้ในแบบของตัวเองมากน้อยแค่ไหน

วันนี้เราจึงอยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจว่า การเลือกโรงเรียนนานาชาติสำหรับเด็กเล็กควรพิจารณาเรื่องใดบ้าง เพื่อให้การเริ่มต้นชีวิตในโรงเรียนเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับลูก

Kidzoona - Learning through play of Ascot Early Years student (6)

เด็กเล็กเรียนรู้ได้ดีที่สุดผ่านการเล่น

เวลาพูดถึงการเรียน คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจนึกถึงภาพเด็กนั่งอยู่ที่โต๊ะ ฝึกเขียนตัวอักษร อ่านหนังสือ หรือทำแบบฝึกหัด แต่สำหรับเด็กวัยปฐมวัย การเรียนรู้ไม่ได้จำเป็นต้องเกิดขึ้นในลักษณะนั้นเสมอไป

ลองนึกภาพเด็กคนหนึ่งกำลังต่อบล็อกไม้ให้สูงที่สุด เขาอาจกำลังฝึกการทรงตัวของสิ่งของ เรียนรู้เรื่องขนาดและรูปทรง หรือกำลังคิดหาวิธีแก้ปัญหาเมื่อบล็อกล้มลง

หรือเด็กสองคนที่กำลังเล่นขายของด้วยกัน นอกจากความสนุกแล้ว พวกเขายังได้ฝึกพูดคุย รอคอย แบ่งปัน และเรียนรู้ที่จะเข้าใจความต้องการของผู้อื่นด้วย

กิจกรรมเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นเพียงการเล่นธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วมีการเรียนรู้เกิดขึ้นมากมาย

ที่ Ascot International School Bangkok เราให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-Based Learning) โดยเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้สำรวจ จินตนาการ ตั้งคำถาม และค้นพบสิ่งใหม่ด้วยตัวเอง

คุณครูมีหน้าที่คอยสังเกต สนับสนุน และชวนเด็กคิดต่อยอดจากสิ่งที่พวกเขาสนใจ เพราะเราเชื่อว่าเด็กจะเรียนรู้ได้อย่างมีความหมายเมื่อเขามีส่วนร่วมกับสิ่งที่กำลังทำ

ดังนั้น เวลาไปเยี่ยมชมโรงเรียน ลองสังเกตดูว่าเด็ก ๆ ในห้องเรียนกำลังทำอะไรอยู่ พวกเขามีโอกาสเลือกกิจกรรมเองไหม ได้พูดคุยกับเพื่อนหรือคุณครูหรือเปล่า และห้องเรียนเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองสิ่งใหม่ ๆ มากน้อยแค่ไหน สิ่งเหล่านี้อาจบอกเราเกี่ยวกับคุณภาพการเรียนรู้ได้มากกว่าความสวยงามของห้องเรียนเสียอีก

ทำความเข้าใจหลักสูตรปฐมวัย อนุบาล ก่อนเลือกโรงเรียน

Developing Emotional Intelligence in Young Learners at Ascot

เมื่อเริ่มค้นหาข้อมูลโรงเรียนนานาชาติในกรุงเทพฯ คุณพ่อคุณแม่อาจพบชื่อหลักสูตรที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรอังกฤษ หลักสูตรอเมริกัน หรือหลักสูตร International Baccalaureate (IB) สำหรับเด็กเล็ก สิ่งที่อยากให้พิจารณาไม่ใช่เพียงชื่อของหลักสูตร แต่คือโรงเรียนนำหลักสูตรนั้นมาใช้กับเด็กอย่างไร

ที่ Ascot International School การจัดการเรียนรู้ระดับ Early Years ใช้แนวทางจาก Early Years Foundation Stage (EYFS) และเอกสาร Development Matters ควบคู่กับกรอบการเรียนรู้ IB Primary Years Programme (PYP)

แนวทางนี้ให้ความสำคัญกับเด็กเป็นศูนย์กลาง เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง การสำรวจ การตั้งคำถาม และการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น

ตัวอย่างเช่น หากเด็ก ๆ สนใจเรื่องต้นไม้ คุณครูอาจชวนพวกเขาออกไปสังเกตใบไม้ในสวน ทดลองปลูกเมล็ดพันธุ์ วาดภาพสิ่งที่พบ หรือพูดคุยกันว่าทำไมต้นไม้จึงต้องการน้ำและแสงแดด จากความสนใจเล็ก ๆ ของเด็ก สามารถต่อยอดไปสู่การเรียนรู้ด้านภาษา วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ศิลปะ และทักษะทางสังคมได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อคุณพ่อคุณแม่ไปเยี่ยมชมโรงเรียน จึงควรถามคุณครูด้วยว่า ในหนึ่งวันเด็ก ๆ เรียนรู้อย่างไร และหลักสูตรช่วยส่งเสริมความอยากรู้อยากเห็นของลูกได้อย่างไรบ้าง

โรงเรียนควรเป็นสถานที่ที่ลูกกล้าเป็นตัวของตัวเอง

ลองนึกถึงวันแรกที่ลูกไปโรงเรียน บางคนอาจเดินเข้าห้องเรียนอย่างตื่นเต้น ขณะที่บางคนอาจจับมือคุณพ่อคุณแม่แน่นและยังไม่อยากแยกจากกัน

ทั้งสองแบบเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เพราะเด็กแต่ละคนมีบุคลิกและใช้เวลาในการปรับตัวแตกต่างกัน

สิ่งสำคัญคือโรงเรียนจะช่วยให้เด็กค่อย ๆ รู้สึกมั่นใจและปลอดภัยได้อย่างไร สำหรับเด็กเล็ก ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียนอาจเริ่มต้นจากเรื่องง่าย ๆ เช่น มีคุณครูทักทายด้วยรอยยิ้มในตอนเช้า มีเพื่อนชวนเล่น หรือมีผู้ใหญ่รับฟังเมื่อเขาต้องการบอกอะไรบางอย่าง

Small Class Sizes and Individual Attention

ที่ Ascot เราให้ความสำคัญกับแนวคิด A School Where Everyone Belongs หรือโรงเรียนที่ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน

เราอยากให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าพวกเขาได้รับการยอมรับ มีคนคอยรับฟัง และสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น

เพราะเมื่อเด็กเริ่มรู้สึกสบายใจ เขาก็มักจะกล้าลองทำสิ่งใหม่ กล้าถามคำถาม และค่อย ๆ สร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ความรู้สึกเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ในระยะยาว

พัฒนาการของลูกไม่ได้มีแค่เรื่องอ่านออกเขียนได้

คำถามหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่มักสนใจคือ ลูกจะเริ่มอ่านหนังสือหรือเขียนตัวอักษรได้เมื่อไหร่

แน่นอนว่าทักษะด้านภาษาและคณิตศาสตร์มีความสำคัญ แต่ในช่วงปฐมวัย เด็กยังมีอีกหลายด้านที่กำลังพัฒนาไปพร้อมกัน

ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การเคลื่อนไหว การช่วยเหลือตัวเอง การจัดการอารมณ์ การเข้าสังคม หรือความมั่นใจในการลองทำสิ่งใหม่

ลองนึกถึงเด็กที่เริ่มใส่รองเท้าเองได้เป็นครั้งแรก หรือเด็กที่เคยไม่กล้าพูดหน้าห้อง แต่วันหนึ่งสามารถยกมือเล่าเรื่องของตัวเองให้เพื่อนฟังได้

สิ่งเหล่านี้ก็เป็นความก้าวหน้าที่มีความหมายไม่แพ้การจำตัวอักษรหรือการนับเลข

การศึกษาแบบองค์รวม (Holistic Education) จึงมองพัฒนาการของเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาไปพร้อมกัน

ที่ Ascot เราให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กในทุกด้าน เพราะเด็กแต่ละคนมีจังหวะการเติบโตเป็นของตัวเอง

เมื่อเลือกโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่อาจลองถามว่า หากลูกมีพัฒนาการบางด้านเร็วกว่าเพื่อน แต่ยังต้องการความช่วยเหลือในอีกด้านหนึ่ง คุณครูจะดูแลและส่งเสริมเขาอย่างไร

คำตอบของโรงเรียนจะช่วยให้เราเข้าใจว่าคุณครูมองเห็นความแตกต่างของเด็กแต่ละคนมากน้อยแค่ไหน

หากลูกต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม โรงเรียนดูแลอย่างไร?

เด็กบางคนชอบทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนเป็นกลุ่มใหญ่ ขณะที่บางคนอาจชอบอยู่ในมุมเงียบ ๆ เด็กบางคนสื่อสารความต้องการได้ชัดเจน แต่บางคนอาจยังต้องการเวลาและความช่วยเหลือเพิ่มเติม ความแตกต่างเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณครูปฐมวัยพบได้ในห้องเรียน

โรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ของเด็กทุกคนควรมีแนวทางในการปรับกิจกรรมและสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับความต้องการที่แตกต่างกัน

ที่ Ascot แนวทางการสนับสนุนการเรียนรู้สามารถรวมถึงการใช้ตารางกิจกรรมแบบรูปภาพ การจัดที่นั่งให้เหมาะสม การให้เด็กได้พักเคลื่อนไหว การเพิ่มเวลาในการเปลี่ยนกิจกรรม หรือการใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายขึ้น

บางครั้งการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยก็สามารถช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมกับกิจกรรมได้ดีขึ้น

ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่กังวลเกี่ยวกับพัฒนาการหรือความต้องการเฉพาะของลูก ไม่จำเป็นต้องรอจนเข้าเรียนแล้วจึงค่อยพูดคุยกับโรงเรียน

การสอบถามตั้งแต่ช่วงเยี่ยมชมโรงเรียนจะช่วยให้ทั้งครอบครัวและคุณครูเข้าใจความต้องการของเด็กได้ดีขึ้น

ลูกยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จะเรียนโรงเรียนนานาชาติได้ไหม?

นี่เป็นอีกหนึ่งคำถามที่หลายครอบครัวกังวล โดยเฉพาะบ้านที่ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก

คุณพ่อคุณแม่อาจกลัวว่าลูกจะฟังคุณครูไม่เข้าใจ ไม่กล้าพูด หรือสื่อสารกับเพื่อนไม่ได้

แต่สำหรับเด็กวัยปฐมวัย การเรียนรู้ภาษาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากการท่องจำคำศัพท์หรือฝึกพูดตามคุณครูเท่านั้น

เด็กสามารถเรียนรู้ภาษาได้จากกิจกรรมที่ทำในชีวิตประจำวัน เช่น ฟังนิทาน ร้องเพลง เล่นบทบาทสมมติ พูดคุยระหว่างเล่น หรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน

เมื่อภาษาเชื่อมโยงกับสิ่งที่เด็กกำลังสนใจ เขาก็มีโอกาสค่อย ๆ เข้าใจความหมายและนำภาษาไปใช้ในสถานการณ์จริง

ที่ Ascot เรามองว่าการเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีหลายภาษาเป็นจุดแข็งของเด็ก การพัฒนาภาษาอังกฤษในระดับ Early Years จึงเชื่อมโยงกับการเล่น กิจวัตรประจำวัน และกิจกรรมส่งเสริมทักษะภาษาเบื้องต้น

ขณะเดียวกัน เราก็ให้ความสำคัญกับภาษาและวัฒนธรรมที่เด็กนำมาจากครอบครัวด้วย

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังเลือกโรงเรียนนานาชาติสำหรับลูกที่ยังไม่มั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ ลองสอบถามว่า คุณครูช่วยให้เด็กเข้าใจคำสั่งและมีส่วนร่วมในห้องเรียนอย่างไร และมีแนวทางสนับสนุนเด็กที่ใช้ภาษาอื่นที่บ้านอย่างไรบ้าง

ความสัมพันธ์ระหว่างคุณครูกับผู้ปกครองสำคัญกว่าที่คิด

เด็กเล็กอาจยังไม่สามารถกลับมาเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโรงเรียนให้คุณพ่อคุณแม่ฟังได้

บางวันลูกอาจบอกเพียงว่า “วันนี้สนุก” แต่ไม่ได้เล่าว่าสนุกเพราะอะไร หรือบางวันอาจดูเงียบกว่าปกติ แต่ยังอธิบายความรู้สึกของตัวเองไม่ได้

การสื่อสารระหว่างบ้านกับโรงเรียนจึงมีความสำคัญมาก

คุณพ่อคุณแม่รู้จักนิสัย ความชอบ และความต้องการของลูกจากชีวิตที่บ้าน ส่วนคุณครูมีโอกาสเห็นเด็กในอีกมุมหนึ่ง ทั้งเวลาทำกิจกรรม เล่นกับเพื่อน หรือเผชิญกับสถานการณ์ใหม่ ๆ

เมื่อทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้เข้าใจและดูแลเด็กได้รอบด้านมากขึ้น

ที่ Ascot เราให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างครอบครัวและโรงเรียน รวมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมกับชุมชนการเรียนรู้

ระหว่างเยี่ยมชมโรงเรียน ลองสังเกตว่าคุณครูพูดคุยกับผู้ปกครองอย่างไร โรงเรียนเปิดโอกาสให้ซักถามมากน้อยแค่ไหน และมีวิธีสื่อสารเกี่ยวกับการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กอย่างไร

เพราะสำหรับเด็กเล็ก ความร่วมมือที่ดีระหว่างบ้านกับโรงเรียนสามารถสร้างความแตกต่างได้มากทีเดียว

อย่าเลือกโรงเรียนจากรูปภาพเพียงอย่างเดียว ลองไปสัมผัสบรรยากาศจริง

ปัจจุบันเราสามารถหาข้อมูลโรงเรียนได้ง่ายมาก ทั้งจากเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และภาพถ่ายกิจกรรมต่าง ๆ แต่ถ้ามีโอกาส อยากแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ลองเข้าไปเยี่ยมชมโรงเรียนด้วยตัวเอง

ระหว่างเดินชม ลองมองห้องเรียนผ่านสายตาของลูก ไม่ใช่เพียงมองว่าอาคารสวยหรือมีอุปกรณ์ครบครันแค่ไหน

ลองสังเกตว่าเด็ก ๆ ดูมีความสุขกับกิจกรรมหรือเปล่า พวกเขากล้าเดินเข้าไปหาคุณครูไหม มีพื้นที่ให้เคลื่อนไหวและเล่นอย่างเหมาะสมหรือไม่

สังเกตด้วยว่าคุณครูมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กอย่างไร รับฟังสิ่งที่เด็กพูดไหม และช่วยต่อยอดการเรียนรู้ของเด็กอย่างไร

อีกสิ่งหนึ่งที่อยากให้ลองทำคือ พาลูกไปด้วยหากโรงเรียนเปิดโอกาสให้เยี่ยมชมพร้อมกัน

บางครั้งปฏิกิริยาของลูกเมื่อได้เห็นห้องเรียน สนามเด็กเล่น หรือพบคุณครู อาจช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มองเห็นสิ่งที่ไม่สามารถสัมผัสได้จากภาพถ่าย

International Playgroup in Bangkok | Little Lion Playgroup 2026

สำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็กและยังไม่ถึงวัยเข้าเรียน การเข้าร่วม Playgroup อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

Playgroup เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เล่น สำรวจ และทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่ โดยมีคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ดูแลอยู่ร่วมด้วย

เด็ก ๆ จะได้พบเพื่อนวัยใกล้เคียงกัน เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น และค่อย ๆ สร้างความมั่นใจในการทำกิจกรรม

ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็มีโอกาสสังเกตว่าลูกตอบสนองต่อกิจกรรมและสภาพแวดล้อมอย่างไร รวมถึงได้พูดคุยกับครอบครัวอื่น ๆ

ที่ Ascot International School เรามี Little Lion International Playgroup สำหรับเด็กอายุ 0–3 ปี ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กและครอบครัวได้ทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัยร่วมกัน

นอกจากเป็นช่วงเวลาที่เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่นแล้ว ยังเป็นโอกาสให้ครอบครัวได้ทำความรู้จักบรรยากาศและชุมชนของโรงเรียนก่อนตัดสินใจเข้าเรียนในอนาคต

สำหรับเด็กบางคน การได้คุ้นเคยกับสถานที่และกิจกรรมก่อนเริ่มเรียนจริง อาจช่วยให้การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โรงเรียนเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

มองให้ไกลกว่าปีแรกของการเข้าเรียน

แม้ตอนนี้คุณพ่อคุณแม่อาจกำลังมองหาโรงเรียนอนุบาลหรือ Early Years แต่ก็อยากชวนให้ลองคิดถึงช่วงเวลาที่ลูกเติบโตขึ้นด้วย

เมื่อจบระดับปฐมวัยแล้ว ลูกจะเรียนรู้อะไรต่อ? โรงเรียนเตรียมความพร้อมให้เด็กเข้าสู่ระดับประถมศึกษาอย่างไร? และแนวทางการเรียนรู้ยังสอดคล้องกับสิ่งที่เด็กคุ้นเคยหรือไม่?

การเปลี่ยนผ่านจาก Early Years ไปสู่ Primary School เป็นอีกช่วงหนึ่งที่เด็กต้องปรับตัว ทั้งในด้านกิจวัตร ความรับผิดชอบ และรูปแบบการเรียนรู้

ที่ Ascot แนวทางการศึกษายังคงให้ความสำคัญกับการตั้งคำถาม การคิดอย่างมีเหตุผล ความคิดสร้างสรรค์ และการมีส่วนร่วมของนักเรียนในกระบวนการเรียนรู้

การเลือกโรงเรียนที่สามารถเติบโตไปพร้อมกับลูกได้จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรนำมาพิจารณา เพราะความต่อเนื่องของการเรียนรู้ ความสัมพันธ์ และชุมชนโรงเรียนสามารถช่วยสนับสนุนพัฒนาการของเด็กในระยะยาวได้

คำถามที่ควรถามเมื่อไปเยี่ยมชมโรงเรียนนานาชาติระดับปฐมวัย

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังเตรียมตัวไปเยี่ยมชมโรงเรียน ลองจดคำถามเหล่านี้ติดตัวไปด้วย

  1. โรงเรียนมีแนวทางการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยอย่างไร?
  2. ในหนึ่งวัน เด็กมีเวลาเรียนรู้ผ่านการเล่นมากน้อยแค่ไหน?
  3. หากลูกยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ คุณครูจะช่วยอย่างไร?
  4. โรงเรียนดูแลเด็กที่มีพัฒนาการหรือความต้องการแตกต่างกันอย่างไร?
  5. คุณครูสื่อสารเรื่องการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กกับผู้ปกครองอย่างไร?
  6. โรงเรียนช่วยดูแลอารมณ์และความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กอย่างไร?
  7. กิจวัตรประจำวันของเด็กในระดับ Early Years เป็นอย่างไร?
  8. โรงเรียนเตรียมความพร้อมให้เด็กเข้าสู่ระดับประถมศึกษาอย่างไร?
  9. สามารถพาลูกเข้าไปเยี่ยมชมโรงเรียนก่อนสมัครได้หรือไม่?
  10. มี Playgroup หรือกิจกรรมสำหรับเด็กที่ยังไม่ถึงวัยเข้าเรียนหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องได้รับคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกข้อ แต่คำตอบเหล่านี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจแนวคิดและวิธีดูแลเด็กของแต่ละโรงเรียนได้ชัดเจนขึ้น

Is Your Child Ready for an Early Years School

เพราะการเริ่มต้นที่ดี ไม่ได้หมายถึงการเรียนให้เก่งก่อนใคร

ท้ายที่สุดแล้ว การเลือกโรงเรียนนานาชาติระดับปฐมวัยในกรุงเทพฯ ไม่ได้มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกครอบครัว

เด็กแต่ละคนมีบุคลิก ความสนใจ ความพร้อม และจังหวะการเติบโตที่แตกต่างกัน

บางคนอาจชอบการสำรวจและการเคลื่อนไหว บางคนสนุกกับการฟังนิทานและวาดภาพ ขณะที่บางคนต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยกว่าจะกล้าเข้าหาเพื่อนใหม่

สิ่งที่สำคัญจึงไม่ใช่การรีบให้ลูกเรียนรู้ได้เร็วที่สุด แต่เป็นการเลือกสภาพแวดล้อมที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย มีความสุข และค่อย ๆ เติบโตอย่างมั่นใจ

ที่ Ascot International School Bangkok เราเชื่อว่าการเรียนรู้ที่ดีเริ่มต้นจากความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียน เด็ก ๆ ควรมีพื้นที่ให้ได้เล่น ตั้งคำถาม ทดลอง และค้นพบความสามารถของตัวเอง โดยมีคุณครูและครอบครัวคอยสนับสนุนอยู่เคียงข้าง

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาโรงเรียนนานาชาติระดับ Early Years หรือสนใจ Little Lion International Playgroup เราขอต้อนรับทุกครอบครัวให้เข้ามาเยี่ยมชม ทำความรู้จักกับแนวทางการเรียนรู้ และสัมผัสบรรยากาศของชุมชน Ascot ด้วยตัวเอง

เพราะบางครั้ง การได้เห็นลูกยิ้มและสนุกกับการเรียนรู้อาจช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจได้ง่ายกว่าข้อมูลในโบรชัวร์หลายหน้าเสียอีก

LINE

A top IB World School in Bangkok

cropped ASCOT LOGO offwhite
ib world school logo white solid rev

Communicate. Collaborate. Respect.